แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การฟักไข่ไก่ชนพม่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การฟักไข่ไก่ชนพม่า แสดงบทความทั้งหมด

จำเป็นไหมกับยาโด็บไก่ชนระว่างแข่งขัน

จำเป็นไหมกับยาโด็บไก่ชนระว่างแข่งขัน ?
 

ในระหว่างการต่อสู้ของไก่ชนพม่า ได้ใช้กำลังทั้งหมดที่มีในการบิน การปล่อยเชิงและลีลาต่าง ทั้งวิ่งทั้งถอย จะไม่มีการออมแรงแบบคนเรา ที่มีผ่อนมีเบา แต่ไก่ชนใส่กันเต็มๆ พอพักยก สำคัญต้องมีเครื่องบำรุงกำลังเป็นธรรมดา สำคัญครับ ขนาดคนเราเวลาง่วง หรือ หมดแรงยังต้องพึงยาชูกำลังเลย เพราะฉนั้นไก่ชนพม่า ต้องจำเป็นเช่นกัน แต่ต้งมีปริมาณที่ลดลง การกินยา บำรุงระหว่างชน จำเป็นต้องดูอาการด้วย ถ้าไก่ชนพม่าโดนไก่ชนไทย ฮุกหนักการกินอาจจะมีปัญหาจำเป็นต้อง ช่วยตามแล้วแต่มือน้ำแต่ล่ะคนจะช่วย ฟันธงครับไก่ชน ต้องการยาโด๊บระหว่างชนครับ
การเลี้ยงไก่ชน 

การเลี้ยงไก่ชนพม่า ผลของความชื้นที่มีต่อตัวอ่อน

ผลของความชื้นที่มีต่อตัวอ่อน มีดังนี้


1. ถ้าความชื้นในตู้ฟักมากเกินไป จะมีผลทำให้

- ลูกไก่ฟักตัวออกเร็วกว่าปกติ - ขนาดตัวของลูกไก่จะโต ท้องป่อง และตัวจะนิ่ม - สะดือไม่แห้ง และปิดไม่สนิท - ลูกไก่ไม่แข็งแรง

2. ความชื้นในตู้ฟักไข่ต่ำเกินไป

- ลูกไก่จะมีขนาดตัวเล็กและแห้ง - น้ำหนักตัวน้อย - บางตัวจะแห้งอยู่ภายในไข่ และขนจะติดกับเปลือกไข่ ไม่สามารถฟักออกมาได้ - ลูกไก่ที่ออกจากเปลือกไข่อาจจะไม่แข็งแรง และอาจพิการได้

4. การระบายอากาศ ภายในไข่จะมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือเผาผลาญให้เป็นอาหารสำหรับตัวอ่อน ไข่ที่นำเข้าตู้ฟักในระยะแรก จะต้องการปริมาณก๊าซออกซิเจนน้อย เมื่อฟักไปนานๆ ไข่จะต้องการปริมาณก๊าซออกซิเจนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ไข่จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากด้วย ดังนั้น หากตู้ฟักมีการระบายอากาศไม่ดี จะทำให้ตัวอ่อนขาดก๊าซออกซิเจน และตายในที่สุด โดยเฉพาะช่วงที่ลูกไก่โตเต็มที่ในระยะท้ายของการฟัก ลูกไก่จะต้องใช้ก๊าซออกซิเจนในการหายใจมากขึ้น ถ้าการระบายอากาศไม่ดี จะทำให้ลูกไก่ตาย ตู้ฟักทุกชนิดจึงมีช่องระบายอากาศ หรือมีระบบระบายอากาศ ตู้ฟักที่มีพัดลมจะช่วยให้การระบายอากาศดีขึ้น

5. การพลิกไข่ โดยธรรมชาติ ถ้าแม่ไก่ฟักไข่ของมันเองมันจะพลิกไข่โดยเฉลี่ยวันละ 96 ครั้ง การพลิกไข่จะช่วยให้เชื้อลูกไก่ไม่ติดเปลือกสามารถเคลื่อนไหวได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพลิกไข่คือมุมที่ใช้พลิกไข่ ใช้มุม 45 องศากับแนวดิ่ง และควรพลิกไข่วันละ 6-10 ครั้ง

6. ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม แต่ก็มีผลกระทบต่อการฟักตัวของลูกไก่ คือ


6.1 การแยกตู้ฟักและตู้เกิด สำหรับตู้ฟักที่แยกตู้เกิดออกจากกัน จะทำให้สามารถทำความสะอาดได้ง่าย และสามารถปรับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับไข่ในแต่ละช่วงเวลาได้ตามที่ต้องการ ซึ่งทำให้ไข่ที่ได้มีคุณภาพ และลูกไก่มีสุขภาพแข็งแรง

6.2 การส่องไข่ สามารถคัดเลือกไข่ที่ไม่มีเชื้อ หรือไข่เสียออกก่อนที่จะระเบิดในตู้ ไข่ที่ระเบิดจะทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์ อันเป็นก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น

6.3 ความดันของอากาศ หากความดันของอากาศต่ำลง จะทำให้การฟักออกเป็นตัวของลูกไก่ลดลง

6.4 การให้ไข่ของแม่ไก่ ไข่ฟองแรกๆ ของแม่ไก่จะมีอัตราการฟักออกเป็นตัวต่ำกว่าไข่ปกติ ดังนั้น จึงควรเก็บไข่เข้าฟัก หลังจากแม่ไก่ออกไข่มาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์

6.5 ภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไม่ว่าร้อนหรือหนาวกว่าปกติ จะทำให้อัตราการฟักออกเป็นตัวของลูกไก่ลดลง เพราะพ่อแม่พันธ์จะกินอาหารลดลง

6.6 คุณภาพภายในไข่ พบว่าไข่ที่มีสัดส่วนของไข่ขาวข้นสูง หรือมีไข่ขาวเหลวต่ำ จะมีอัตราการฟักออกเป็นตัวสูงกว่าไข่ที่มีไข่ขาวเหลวสูง

ปัจจัยที่สำคัญในการฟักไข่

ผู้เลี้ยงจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น โดยคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟักตัวของลูกไก่ เช่น อุณหภูมิ ความร้อน ความชื้น และการระบายอากาศ เป็นต้น เพื่อไข่ที่ผลิตจะมีความสมบูรณ์ที่สุด

เรียบเรียงจาก

สมบุญ กาละพงศ์. "ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการฟักไข่ด้วยตู้ฟัก" วารสารศูนย์วิจัยและพัฒนาอาชีวศึกษา 5 เกษตรและเทคโนโลยี .ปีที่ 3 ฉบับที่ 13 (มกราคม - กุมภาพันธ์ 2545) , 21 - 28.คำไข  เคล็ดลับ-วิธีการ / การฟักไข่ / เกษตร

การฟักไข่ด้วยตู้ฟัก เป็นการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีส่วนสำคัญในการฟักไข่ ปัจจัยเหล่านี้จัดเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ไข่มีความสมบูรณ์ ผู้ประกอบการควรทำการศึกษาให้รอบคอบ และนำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต

ฟักไข่ด้วยตู้ฟักอย่างไรให้ได้ผลดี

ฟักไข่ด้วยตู้ฟักอย่างไรให้ได้ผลดี



การฟักไข่จะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อันประกอบด้วย

1.ความสมบูรณ์ของพันธุ์ หมายถึง ความสมบูรณ์ของไข่ที่นำมาฟัก นั่นหมายถึง ผู้ประกอบการจะต้องใส่ใจในช่วงผสมพันธ์ไก่ เพื่อให้ไข่ที่ได้มีความสมบูรณ์พอเพียง ดังนี้

1.1. ระยะเวลาที่นำตัวผู้เข้าผสม และการเก็บไข่

- ถ้าเป็นการผสมเทียม ผู้ประกอบการจะต้องเก็บไข่หลังฉีดเชื้อแล้ว 3 วัน - ถ้าเป็นการผสมแบบธรรมชาติ เก็บไข่เมื่อนำพ่อพันธ์เข้าผสมพันธุ์แล้ว 7 วัน

1.2 ฤดูกาลที่ผสมพันธุ์ ช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม ถือว่าเหมาะสมที่สุด

1.3 อาหารที่ใช้เลี้ยง อาหารควรมีโภชนาการที่เหมาะสม และเพียงพอต่อความต้องการของพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์

1.4 การให้ฮอร์โมนเสริมบางตัวแก่แม่พันธุ์ไก่ จะทำให้แม่ไก่ผลิตไข่ที่มีคุณภาพของเชื้อดีขึ้น

1.5 ปริมาณไข่ของแม่พันธุ์ โดยแม่พันธุ์ที่ให้ไข่มาก มักให้ไข่ที่สมบูรณ์ดี

1.6 การเลือกคู่ผสมพันธุ์ แม่พันธ์ไก่บางตัวจะไม่ยอมให้พ่อพันธุ์บางตัวผสมพันธุ์ด้วย ผู้เลี้ยงจึงต้องสับเปลี่ยนพ่อพันธุ์ไก่ตัวใหม่ให้

1.7 การผสมแบบเลือดชิด ถ้าผสมไปนานๆ จะทำให้น้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ด้อยคุณภาพลง

1.8 วิธีการผสมพันธุ์ การผสมแบบธรรมชาติจะให้ผลดีกว่าการผสมเทียม

1.9 อายุของพ่อแม่พันธุ์แม่พันธุ์ไก่ ควรมีอายุ 6 -18 เดือน จึงจะให้ไข่ที่มีคุณภาพ ส่วนพ่อพันธุ์ควรมีอายุระหว่าง 8-24 เดือน จะให้น้ำเชื้อที่มีคุณภาพดี

1.10 อัตราส่วนตัวพ่อพันธุ์ต่อแม่พันธุ์ไก่ที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 1 ต่อ 8-10 ตัว


2. อุณหภูมิหรือความร้อน ที่พอเหมาะและสม่ำเสมอ จะช่วยให้ไข่ได้รับการผสม และเจริญเติบโตเป็นตัวลูกไก่ที่แข็งแรง

2.1 อุณหภูมิที่เหมาะสมในตู้ฟัก แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 ช่วงระหว่างวันที่ 1-18 ของการฟัก อุณหภูมิเหมาะสมสำหรับตู้ฟักที่มีพัดลมระบายอากาศ อยู่ระหว่าง 37.5 องศาเซลเซียส

ระยะที่ 2 ช่วงระหว่างวันที่ 19-21 ของการฟัก ในระยะนี้ อุณหภูมิจะลดต่ำลงเล็กน้อย อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 36-36.5 องศาเซลเซียส


2.2 ความร้อน มีความสัมพันธ์กับการฟักตัวของลูกไก่ ดังนี้


1. เปอร์เซ็นต์การฟักตัวของลูกไก่ ถ้าอุณหภูมิการฟักถูกต้องและสม่ำเสมอ จะทำให้เปอร์เซ็นต์การฟักตัวของลูกไก่มีสูง แต่ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป ก็จะทำให้เปอร์เซ็นต์การฟักตัวของลูกไก่ต่ำ


2. ระยะเวลาการฟักตัว โดยปกติ ไข่ไก่จะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 21 วัน ถ้าใช้อุณหภูมิสูงกว่าปกติ แต่ไม่ถึงกับเป็นอันตรายต่อเชื้อลูกไก่ ก็จะทำให้ลูกไก่ฟักตัวออกมาเร็วกว่าทั่วไป แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ลูกไก่จะฟักตัวช้า


3. ขนาดของลูกไก่ที่ฟักออกมา จะสัมพันธ์กับระยะเวลาการฟักตัวของลูกไก่ด้วย คือ ถ้าฟักออกช้า เพราะอุณหภูมิต่ำ ลูกไก่ก็จะมีขนาดตัวโต ถ้าฟักตัวออกมาเร็ว เพราะใช้อุณหภูมิสูง ลูกไก่จะมีขนาดตัวที่เล็ก แต่ไม่ว่าจะขนาดตัวเล็กหรือใหญ่ ลูกไก่จะมีสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง


4. เปอร์เซ็นต์เชื้อลูกไก่ตาย ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป จะส่งผลทำให้เปอร์เซ็นต์เชื้อตายสูง โดยเฉพาะช่วง 2-4 วันแรกของระยะฟักตัว


5. จำนวนไก่ที่มีความผิดปกติ ถ้าอุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ลูกไก่ที่ฟักออกมามีความผิดปกติของร่างกาย ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป ก็จะเป็นสาเหตุให้ลูกไก่พิการหรืออ่อนแอได้



3. ปริมาณความชื้น ที่พอเหมาะ จะช่วยให้เชื้อของลูกไก่เจริญเติบโตได้ตามปกติ และยังช่วยให้ขนของลูกไก่ไม่ติดกับเยื่อหุ้มเปลือกไข่ ในขณะที่ลูกไก่กำลังจะฟักตัวออกจากไข่


ความชื้นที่เหมาะสมภายในตู้ฟัก แบ่งออกเป็น 2 ระยะ


ระยะที่ 1 ช่วงวันที่ 1-18 วันแรกของระยะฟักตัว จะใช้ความชื้นประมาณ 45-55 เปอร์เซ็นต์


ระยะที่ 2 ช่วงวันที่ 19-21 ของระยะฟักตัว จะใช้ความชื้นประมาณ 70-85 เปอร์เซ็นต์


ความชื้นภายในตู้ฟักจะได้จากการระเหยของน้ำในถาดน้ำที่อยู่ภายในตู้ฟัก หรืออาจได้จากการฉีดพ่นน้ำเป็นละอองเข้าไปในตู้ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความชื้นในตู้ฟักได้เช่นเดียวกัน

การเลี้ยงไก่ชน ทำตู้ฟักไข่อย่างง่ายและประหยัด


การเลี้ยงไก่ชนพม่า ทำตู้ฟักไข่อย่างง่าย
ทำแผงไม้ ให้ถาดไข่สวมลงได้พอดี















การเลี้ยงไก่ชนพม่า ทำตู้ฟักไข่อย่างง่าย
หาต่ำแหน่งกึ่งกลาง แล้วยึดคลิบล็อกท่อ PVC ด้วยตะปูเกลียว














การเลี้ยงไก่ชนพม่า ทำตู้ฟักไข่อย่างง่าย
เอาไปสวมกับท่อ















การเลี้ยงไก่ชนพม่า ทำตู้ฟักไข่อย่างง่าย

เจาะรูที่คลิบล็อกท่อ PVC  แล้วใช้ตะปูเกลียวยึดคลิปให้ติดกับท่อ ป้องกันการหมุนฟรี















การเลี้ยงไก่ชนพม่า ทำตู้ฟักไข่อย่างง่าย

การเลี้ยงไก่ชนพม่า ทำตู้ฟักไข่อย่างง่าย

เอาถาดใส่ไข่วางสวมลงไป เวลาโยกไปด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อกลับไข่
แผงไม้จะวางกับพื้น ที่ต่ำแหน่งเอียง 45 องศา พอดี










วางถาดใส่น้ำไว้ด้านล่าง ที่ผมเคยใช้ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม.









ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเวป
http://www.vetech.in.th/index.php?topic=8.0


การเลี้ยงไก่ชนพม่า  ทำตู้ฟักไข่






การเลี้ยงไก่ชนพม่า"มาทำตู้พักไข่ไก่ชนกันเถอะ"

กล่องไปรษณีย์เบอร์ 6  (45x55x40 ซม.)
การเลี้ยงไก่ชนพม่า

















ปิดทุกด้านด้วยกาว เทปกาว หรือเทปผ้า

เจาะรู ช่องรับอากาศดี ที่ด้านหลัง มุมขวาด้านล่าง ขนาด 3x3 ซม.











เจาะรู ช่องระบายอากาศเสียออก ด้านหน้า มุมขวาด้านบน  ขนาด 3x3 ซม.
วันที่ 1 - 14 เปิดช่องระบายอากาศครึ่งเดียว หลังจากวันที่ 14 เปิดออกหมดเลย

อากาศร้อน จะลอยตัวขึ้นที่สูง ออกมาทางช่องระบายด้านบน และอากาศดีจะเข้ามาจากด้านล่าง








เจาะช่องประตู ตามขนาดที่ต้องการ 3 ด้าน ผมเอาด้านซ้ายมือเป็นบานพับเื่พื่อ เปิด-ปิด
แล้วเจาะช่องใส่กระจก ขนาดที่เจาะก็ขึ้นอยู่กับกระจกที่หามาได้นะครับ











เจาะรูด้านบนกล่อง ตรงกลาง เพื่อใส่สายไฟ
















ใส่หลอด ขนาด 60 หรือ 100 วัตต์











เจาะรูที่ข้างกล่องขนาดเท่าท่อ PVC ทั้งสองข้าง โดยวัดกึ่งกลาง ซ้าย ขวา แล้ววัดขึ้นมาจากพื้น 10.5 ซม.












ใส่ท่อ PVC แล้วปิดด้วยฝาปิดท่อ ดันให้แน่น ไม่ต้องทากาว












ส่วนอีกด้าน ตัดให้เหลือความยาว ยื่นออกมา ประมาณ 2 ซม.















ใส่ข้องอ 90 องศา














ต่อท่อ PVC ความยาวตามที่ต้องการ แล้วเอาข้อต่อตรงมาสวม ทำเป็นมือจับ และควรพลิกไข่วันละ 6-10 ครั้ง








การพลิกไข่ โดยธรรมชาติ ถ้าแม่ไก่ฟักไข่ของมันเองมันจะพลิกไข่โดยเฉลี่ยวันละ 96 ครั้ง การพลิกไข่จะช่วยให้เชื้อลูกไก่ไม่ติดเปลือกสามารถเคลื่อนไหวได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพลิกไข่คือมุมที่ใช้พลิกไข่ ใช้มุม 45 องศากับแนวดิ่ง และควรพลิกไข่วันละ 6-10 ครั้ง



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเวป
http://www.vetech.in.th/index.php?topic=8.0

การฟักไข่ไก่ชนพม่า (การเลี้ยงไก่ชนพม่า)

การฟักไข่ไก่ชนพม่า (การเลี้ยงไก่ชนพม่า) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ การ
ฟักไข่โดยวิธีธรรมชาติหรือการฟักไข่โดยแม่ไก่และการฟักไข่
โดยใช้เครื่องฟัก
1. การฟักไข่โดยวิธีธรรมชาติหรือการฟักไข่โดย 
แม่ไก่เป็นการฟักไข่โดยแม่ไก่ในรังวางไข่หลังจากแม่ไก่
วางไข่ในรังวางไข่ได้จานวน 8-10 ฟองจานวนและอุณหภูมิ
ของไข่จะกระตุ้นบริเวณท้องไก่ส่งความรู้สึกผ่านเส้นประสาท
ไปยังต่อมใต้สมองปลดปล่อยฮอร์โมนโปรแลคตินออกมาสู่
กระแสเลือดทาให้แม่ไก่เกิดรอยฟักบนหน้าอก 3 รอยฟักคือ
หนึ่งรอยตรงกลางและสองรอยด้านข้างบริเวณดังกล่าวขน
จะร่วงมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมากบวมคล้ายฟองน้าเมื่อ
สัมผัสจะรู้สึกร้อน การฟักไข่โดยวิธีนี้คือการถ่ายเทความร้อน
จากตัวแม่ไก่ไปสู่ไข่โดยผ่านทางรอยฟัก ในขณะฟักไข่
ระยะแรกแม่ไก่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในรังวางไข่ ระยะกลาง
และระยะท้ายแม่ไก่จึงใช้เวลานอกรังวางไข่เพิ่มขึ้น ขณะฟัก
ไข่แม่ไก่จะทาการเขี่ยไข่ (กลับไข่) วันละประมาณ 96 ครั้ง
เพื่อให้ไข่ทุกฟองได้รับความอบอุ่นจากการฟักใกล้เคียงกัน
หลังจากฟักไข่ได้ 21 วันลูกไก่จะเริ่มเจาะเปลือกนาแม่ไก่
และลูกลงจากรังวางไข่ในวันที่ 22 และขังสุ่มให้อาหารและน้า
อย่างน้อย 7 วัน จึงปล่อยให้แม่และลูกหากินตามธรรมชาติ
ต่อไป
2. การฟักไข่โดยใช้เครื่องฟักหลังจากผสมพันธุ์และทาการเก็บไข่ 
ได้ 7 วัน (รวบรวมไข่) ก่อนน าไข่เข้าฟักต้องตรวจเช็คเครื่องฟักไข่ให้
อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีเช่นอุณหภูมิตู้ฟัก 99.5 องศาฟาเรนไฮต์
ความชื้นสัมพัทธ์ 60% อุณหภูมิตู้เกิด 98-99.5 องศาฟาเรนไฮต์
ความชื้นสัมพัทธ์ 70% เมื่อเก็บไข่สะสมได้ 7 วันก็นามาจัดเข้า
เครื่องฟัก (Setter) ซึ่งกลับไข่ (เปิด) วันละ 6 ครั้ง (6 ครั้ง / 24
ชั่วโมง)
ส่องไข่ (candling) เมื่อนาไข่เข้าฟัก 7 วันและ 18 วันเพื่อ
น าไข่ไม่มีเชื้อและไข่เชื้อตายออกจากการฟัก การส่องไข่เมื่อนาเข้า
ฟัก 18 วันเป็นการส่องไข่ก่อนนาลงตู้เกิด (แฮ) หลังจากอยู่ใน
ตู้เกิด 3 วัน (วันที่ 21) ลูกไก่ก็เจาะเปลือกไข่ออกมาได้เก็บไว้ในตู้
เกิด 1 วันจากนั้นในวันที่ 22 นาลูกไก่ออกจากตู้เกิดติดเบอร์ขาชั่ง
น้าหนักตัวซึ่งนาไปลงในทะเบียนประวัติต่อไป